วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ กล่าวเปิดงานเสวนาออนไลน์ (webinar) เรื่อง “ รถไฟจีน-ลาว-ไทย โอกาสและผลกระทบต่อธุรกิจไทย” ซึ่งจัดโดยสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ ส.อ.ท. ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐและเอกชน อาทิ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียงจันทน์ ให้เกียรติเป็นวิทยากรร่วมเสวนาโดยมีผู้เข้าร่วมรับฟังการเสวนาจากภาครัฐและเอกชนกว่า 300 คน

การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ประกอบการทราบถึงภาพรวมโครงการรถไฟ จีน-ลาว-ไทย การเตรียมความพร้อมของภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ในโครงการดังกล่าว ชี้ให้เห็นถึงโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทยและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้นำไปปรับใช้ในการวางแผนในการดำเนินธุรกิจต่อไป

งานเสวนาในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐและเอกชน ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (คุณสุนทราลักษณ์ เพ็ชรกูล) คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์) ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าฯ (คุณกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง) กรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร (คุณเดวิด เล้า ชิไว) ที่ปรึกษาสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ (คุณวรทัศน์ ตันติมงคลสุข) ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี (คุณวีรพงษ์ เต็งรังสรรค์) ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครคุนหมิง (คุณณชธร มโนปัญจสิริ) และผู้อำนวยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียงจันทน์ (คุณกวิน วิริยพานิชย์) โดยมีสาระสำคัญจากงานเสวนา ดังนี้
🔹เอกชนไทยควรเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการลงทุนในการพัฒนาระบบรางที่จะมีเข้ามามากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีจุดที่ยังไม่เชื่อมต่อกัน (Missing Link) ระหว่างเส้นทางไทยและลาว
🔹การขนส่งทางรางจะช่วยผู้ประกอบการในการกระจายสินค้าเข้าสู่จีนตะวันตกมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องมีการพิจารณาวางแผนด้านต้นทุนและเวลาให้เหมาะสมกับธุรกิจของตนด้วย
🔹โอกาสของสินค้าไทยในตลาดจีน และสปป.ลาว ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร แต่เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ ผู้ประกอบการไทยต้องคำนึงถึงการรักษาคุณภาพและการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value added) ให้กับสินค้า รวมถึงการขยายช่องทางการค้าในรูปแบบ Cross border e-commerce ให้มากขึ้นเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีนในปัจจุบัน
🔹ในมุมมองของผู้ประกอบการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสจากการพัฒนาโครงการรถไฟจีน-ลาว และได้มีการดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาฯเพื่อรองรับโครงการดังกล่าว ฯ ไว้ ไม่ว่าจะเป็น การยกระดับภาคการเกษตร การท่องเที่ยวเชิงบูรณาการ และการยกระดับการบริการที่มีมาตรฐาน เป็นต้น