วันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม 2564 นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้แทนสภาอุตสาหกรรมฯ กล่าวบรรยายในงานสัมมนาออนไลน์ “India-Thailand Relations : Strengthening India-Thailand Bilateral Engineering Ties” จัดโดย หน่วยงาน Engineering Export Promotion Council (EEPC) โดยประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีการเชื่อมโยงไปยังประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง เช่น กลุ่ม CLMV, จีน และอินเดีย โดยประเทศไทยมีจุดเด่นด้านระบบสาธารณูปโภคที่มีความพร้อมในการรองรับการลงทุนขนาดใหญ่จากต่างประเทศในระบบการขนส่งสินค้าทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่าการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็นส่วนสำคัญ ในการผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต และถือเป็นโอกาสที่ดี ของนักลงทุนต่างประเทศในการเข้ามาลงทุนร่วมกับเอกชนไทยในการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคใน EEC รวมถึงการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน

พร้อมกันนี้ ได้นำเสนอถึงอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยและอินเดียสามารถพัฒนาร่วมกันได้ โดยมี 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ (2) อุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ (3) อุตสาหกรรมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน (4) อุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะสินทรัพย์ทางการเงินสมัยใหม่ เช่น สกุลเงินดิจิทัล และระบบ Blockchain