วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564 นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศในเดือนกันยายน 2564 ดังต่อไปนี้

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกันยายน 2564 มีทั้งสิ้น 140,038 ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 6.43 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีนี้ร้อยละ 34.47 เพราะได้รับชิปและชิ้นส่วนรถยนต์จากประเทศคู่ค้าที่ผ่อนคลายการล็อกดาวน์และเริ่มส่งออกได้เพิ่มขึ้น โรงงานผลิตรถยนต์จึงผลิตเพื่อส่งออกและผลิตขายในประเทศเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีนี้ร้อยละ 28.56 และ 40.16 ตามลำดับ
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กันยายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,211,946 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 25.93
รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ 54,073 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 2.18
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 มีจำนวน 437,822 คัน เท่ากับร้อยละ 36.13 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 20.47
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ 0 คัน รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ 29 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 78.52%
รถยนต์บรรทุก เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ทั้งหมด 85,965 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 8.91 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 774,095 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 29.27
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ทั้งหมด 82,826 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 9.91 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 749,503 คัน เท่ากับร้อยละ 61.84 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 28.29 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 192,637 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 10.62
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 466,485 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 36.09
• รถกระบะ PPV 90,381 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 34.29

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ 3,139 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 28.54 รวมเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ 24,592 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 68.22

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ 81,282 คัน เท่ากับร้อยละ 58.04 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 19.80 ส่วนเดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 699,682 คัน เท่ากับร้อยละ 57.73 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 37.38
รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2564 ผลิตเพื่อการส่งออก 28,480 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 38.39 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 212,378 คัน เท่ากับร้อยละ 48.51 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 24.63
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2564 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 52,802 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 11.71 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 487,304คัน เท่ากับร้อยละ 65.02 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 43.79 โดยแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 64,180 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 61.82
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 369,675 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 46.51
• รถกระบะ PPV 53,449 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 13.94

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกันยายน 2564 ผลิตได้ 58,756 คัน เท่ากับร้อยละ 41.96 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 28.19 และเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ผลิตได้ 512,264 คัน เท่ากับ ร้อยละ 42.27 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 13.06
รถยนต์นั่ง เดือนกันยายน 2564 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 25,593 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 26.24 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ 225,444 คัน เท่ากับร้อยละ 51.49 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – กันยายน 2563 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.80
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกันยายน 2564 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 30,024 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 32.78 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ผลิตได้ทั้งสิ้น 262,199 คัน เท่ากับร้อยละ 34.98 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 6.88 ซึ่งแบ่งเป็น

• รถกระบะบรรทุก 128,457 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 4.48
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 96,810 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 7.04
• รถกระบะ PPV 36,932 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 81.09

รถจักรยานยนต์
เดือนกันยายน 2564 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 154,877 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ23.93 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 110,017 คัน ลดลงจากปี 2563 ร้อยละ 37.01 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 44,860 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 55.01
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,667,645 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 19.56 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,279,494 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 14.85 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 388,151 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 38.23

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกันยายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 56,871 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 19.1 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 34.84 จากการที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนปีนี้เป็นต้นไป ทำให้ประชาชนมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นจึงมีความมั่นใจในรัฐบาลที่จะผล่อนคลายการล็อกดาวน์มากขึ้น ทำให้มั่นใจในเรื่องรายได้ในอนาคตมากขึ้น จึงเข้าโชว์รูมสั่งจองรถยนต์มากขึ้น ประกอบกับโรงงานผลิตรถยนต์ขายในประเทศได้มากขึ้นจากการได้รับชิปและชิ้นส่วนรถยนต์มากขึ้นด้วย สถาบันการเงินเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการอนุมัติลง คาดว่ายอดขายในประเทศคงได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้นปีที่ 750,000 คันจากงานมหกรรมยานยนต์ที่จะมีตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม และรัฐบาลเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนปีนี้เป็นต้นไปซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวกว่าล้านคนมีรายได้เพิ่มขึ้น
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 109,879 คัน ลดลงจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 17.65 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 5.22
ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2563 รถยนต์มียอดขาย 531,931 คัน ลดลงจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 0.5 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,202,205 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 4.90

การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนกันยายน 2564 ส่งออกได้ 73,831 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 15.47 ซึ่งมีมูลค่าการส่งออก 44,777.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 21.80 และ เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 23.94 เพราะได้รับชิปและชิ้นส่วนรถยนต์จากประเทศคู่ค้าที่คลายการล็อกดาวน์ จึงผลิตเพื่อส่งออกได้ถึงร้อยละ 58.04 ของยอดผลิตทั้งหมดเพื่อส่งออกชดเชยเดือนสิงหาคมที่ส่งออกต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ทำให้ส่งออกได้เพิ่มขึ้นเกือบทุกตลาดยกเว้นตลาดเอเชียและตลาดอเมริกาเหนือที่ลดลง อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามดูเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าที่หลายประเทศมียอดขายในประเทศเขาชะลอลงเช่นประเทศจีนมีปัญหาการขาดแคลนชิปและชิ้นส่วน ยอดขายรถยนต์ลดลงหลายเดือนติดต่อกัน ประเทศญี่ปุ่น เวียดนาม ยุโรป4ประเทศใหญ่ สหราชอาณาจักร ตุรกี เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา บราซิล แต่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ยอดขายรถยนต์ในประเทศของเขายังคงเพิ่มขึ้น คาดว่าถ้าโรงงานผลิตรถยนต์ได้ชิปและชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นอีก จะทำให้ส่งออกรถยนต์ได้เกินเป้าที่ตั้งตั้งไว้สูงสุดที่ 850,000 คัน
เมื่อประเทศคู่ค้ากลับมาผลิตรถยนต์ได้เกือบเป็นปกติแล้ว จึงทำให้ส่งออกเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนได้เพิ่มขึ้นมากดังต่อไปนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,893.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 55.96
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 15,420.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 17.50
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,003.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 22.79
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกันยายน 2564 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 66,095.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 22.37

เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 677,481 คัน โดยส่งออกเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 29.92 มีมูลค่าการส่งออก 394,653.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 36.93
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 28,212.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 77.79
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 93,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 62.39
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 18,215.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 28.21

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2564 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 592,334.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 43.97

รถจักรยานยนต์
เดือนกันยายน 2564 มีจำนวนส่งออก 69,179 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 20.41 แต่ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 10.13 โดยมีมูลค่า 4,902.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 3.63

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 170.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563ร้อยละ 283.84
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 177.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 80.86

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกันยายน 2564 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 5,250.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกันยายน 2563 ร้อยละ 7.75%

เดือนมกราคม – กันยายน 2564 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 720,341 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 40.53 โดยมีมูลค่า 59,013.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 39.38

• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,799.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 113.50
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,555.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 71.83

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กันยายน 2564 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 62,367.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กันยายน 2563 ร้อยละ 41.47

เดือนกันยายน 2564 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 71,346.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 21.16
เดือนมกราคม – กันยายน 2564 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 654,702.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ร้อยละ 43.72