วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2564 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และบริษัทสมาชิก แถลงข่าวการดำเนิน “โครงการคลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์และการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง โดยค่ายรถยนต์ร่วมใจให้ส่วนลดค่าบำรุงรักษาเพื่อลดควันดำสำหรับให้กับประชาชนที่ใช้รถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิน ในพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2564 ไปจนถึงสิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2565 โดยจะมีศูนย์บริการจากค่ายรถยนต์พร้อมให้บริการกว่า 1,900 แห่ง และสามารถรองรับปริมาณรถยนต์สำหรับการเข้าร่วมโครงการกว่า 480,000 คัน

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดำเนิน “โครงการคลินิกรถ ลดฝุ่น PM2.5” 2 ครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมานั้น ภาคเอกชนได้ร่วมกันให้ส่วนลดในการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์และการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสำหรับรถยนต์ดีเซลที่หมดระยะเวลาการรับประกันกว่า 45,000 คัน ซึ่งสามารถคำนวนออกมาเป็นจำนวนเงินที่บริษัทสมาชิกสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการฯ มากกว่า 60 ล้านบาท

สำหรับการดำเนินโครงการบำรุงรักษารถ ลดฝุ่น PM 2.5 ครั้งที่ 3 ปีนี้ มีสมาชิกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ 11 บริษัท สนับสนุนส่วนลดสำหรับค่าบำรุงรักษาเพื่อลดควันดำ อาทิ การตรวจสอบสภาพฟรี ส่วนลดน้ำมันเครื่อง ค่าแรง และค่าอะไหล่ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ สำหรับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินตั้งแต่ 7 ปี ขึ้นไป ในพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 โดยคาดว่าจะมีศูนย์บริการจากค่ายรถยนต์เข้าร่วมกว่า 1,900 แห่ง และสามารถรองรับการบริการตรวจสภาพและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถยนต์ได้มากกว่า 480,000 คัน ในช่วงเวลา 3 เดือน สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถประสานและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการของค่ายรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการฯ

ส.อ.ท. ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรม เห็นว่าแนวทางการสนับสนุนให้ประชาชนมีการบำรุงรักษารถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์เก่า จะเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ของรถยนต์และลดผลกระทบที่จะทำให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลักดันให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยมลพิษ และเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกผนวกกับการส่งเสริมการลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป