เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2564 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในนามผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมหารือกับ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายอนุชา นาคาศัย) และ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์) พร้อมกับภาคีองค์กรเอกชน คือ สมาคมธนาคารไทย สมาคมเช่าซื้อไทย สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ สมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ถึงผลกระทบจาก (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาพ.ศ. …. ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นฯ ครั้งที่ 2

ภาคเอกชนฯ รับทราบการแก้ไขร่างประกาศฯ เช่าซื้อที่มีการรับฟังความคิดเห็นฯ รอบที่ 2 ทั้งนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อจักรยานยนต์ ที่ 20% และประเด็นคืนรถจบหนี้ ซึ่งจะกระทบต่อผู้บริโภคและธุรกิจภาพรวม โดยภาคเอกชนเสนอให้ ขยายระยะเวลาเพื่อให้เกิดการศึกษาต้นทุนของธุรกิจที่แท้จริง และเสนอให้ ธปท. และเครดิตบูโร เข้าร่วมเป็นคณะทำงานฯ ศึกษาต้นทุน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการจัดทำร่างประกาศฯ

รมว.อนุชาฯ เห็นชอบในข้อเสนอของภาคเอกชนดังกล่าว และขอให้ สคบ. ไปพิจารณาทั้งเรื่องต้นทุนให้ภาคเอกชนอยู่ได้และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้เกิดความสมดุลของระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภค และให้ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ทั้งนี้ รมว.อนุชาฯ ขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมฯ ที่แสดงข้อกังวลต่อประเด็นร่างประกาศฯ ดังกล่าว

รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวขอขอบคุณท่าน รมว.อนุชาฯ ที่ช่วยสนับสนุนข้อเสนอของภาคเอกชน เนื่องจากรถจักรยานยนต์ถือเป็นปัจจัยการผลิต และช่วยคนตกงานในสถานการณ์ COVID-19 ที่ต้องอาศัยรถจักรยานยนต์ในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะผ่าน sharing platform ดังนั้น การสร้างข้อจำกัดเข้าถึงรถจักรยานยนต์ จะสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมากขึ้น