วันพุธที่ 23 มีนาคม 2565 นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าว เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ดังต่อไปนี้

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีทั้งสิ้น 155,660 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 0.30 และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2565 ร้อยละ 2.58 เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถกระบะขายในประเทศและผลิตส่งออกที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.82 และ 10.95 ตามลำดับ แต่ยังผลิตรถยนต์นั่งลดลงจากการการขาดแคลนชิปและชิ้นส่วนในบางรุ่น และยังกังวลการขาดแคลนชิปและชิ้นส่วนที่อาจรุนแรงขึ้นจากสงครามยูเครน จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 307,407 คัน และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 1.35
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 41,898 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 28.64
ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวน 87,133 คัน เท่ากับร้อยละ 28.34 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 22.43
รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 0 คัน รวมเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 0 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 100
รถยนต์บรรทุก เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 113,762 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 17.91 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 220,274 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 15.34
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 110,360 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 17.25 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 213,668 คัน เท่ากับร้อยละ 69.51ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 14.59 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 57,898 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 27.37
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 127,812 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 8.69
• รถกระบะ PPV 27,958 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 19.41

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 3,402 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 43.97 รวมเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 6,606 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 46.47

ผลิตเพื่อส่งออก
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 82,300 คัน เท่ากับร้อยละ 52.87 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 6.81 ส่วนเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 159,612 คัน เท่ากับร้อยละ 51.92 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 8.33
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตเพื่อการส่งออก 16,873 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 42.50 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 29,665 คัน เท่ากับร้อยละ 34.05 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 49.99
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 65,427 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 10.95 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 129,947 คัน เท่ากับร้อยละ 60.82 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 13.20 โดยแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 15,497 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.85
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 97,647 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 9.76
• รถกระบะ PPV 16,803 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 50.25

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ 73,360 คัน เท่ากับร้อยละ 47.13 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 9.68 และเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ผลิตได้ 147,795 คัน เท่ากับ ร้อยละ 48.08 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2563 ร้อยละ 14.39
รถยนต์นั่ง เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 25,025 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 14.79 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ผลิตได้ 57,468 คัน เท่ากับร้อยละ 65.95 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.43
รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 44,933 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 27.82 และตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 83,721 คัน เท่ากับร้อยละ 39.18 ของยอดการผลิตรถกระบะ แต่ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 16.81 ซึ่งแบ่งเป็น
• รถกระบะบรรทุก 42,401 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 37.60
• รถกระบะดับเบิลแค็บ 30,165 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.38
• รถกระบะ PPV 11,155 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 8.80

รถจักรยานยนต์
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 197,119 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 9.80 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 141,596 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 15.78 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 55,523 คัน แต่เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 10.16
ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 408,528 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 6.84 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 310,767 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 6.96 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 97,761 คัน ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 6.45

ยอดขาย
ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 74,489 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 7.25 และเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ร้อยละ 26.3 เพิ่มขึ้นจากการที่รัฐบาลอนุญาตให้จัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจมากขึ้น การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 การรับประกันรายได้เกษตรกร การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเช่นคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ฯลฯ การเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ การส่งเสริมการขายของผู้จำหน่ายรถยนต์ และงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ จะช่วยเพื่มยอดขายรถยนต์ในเดือนมีนาคมและเมษายนโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า
ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 149,124 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2564 ร้อยละ 2.78 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 14.60
ตั้งแต่เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 รถยนต์มียอดขาย 143,944 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 26.08 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 294,219 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 10.70

การส่งออก
รถยนต์สำเร็จรูป
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ส่งออกได้ 79,451 คัน โดยลดลงจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 13.77 และลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 0.02 ลดลงจากการชะลอผลิตรถยนต์นั่งบางรุ่นเพราะขาดแคลนชิปและชิ้นส่วน จึงส่งออกลดลงในตลาดเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกากลางและอเมริกาใต้ แต่ยังคงส่งออกเครื่องยนต์ชิ้นส่วนและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นตามการเปิดโรงงานผลิตของประเทศคู่ค้า
โดยมีมูลค่าการส่งออก 45,539.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.70
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,624.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 7.15
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆมีมูลค่าการส่งออก 20,397.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.43
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,921.63 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 6.45
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 71,482.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.33
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 149,284 คัน โดยส่งออกลดลงจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 2.81 มีมูลค่าการส่งออก 88,312.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 4.49 โดยมีรายละเอียด ดังนี้
• เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 7,566.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 21.43
• ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 37,500.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 6.32
• อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 4,086.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 8.85
รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 137,465.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 5.93

รถจักรยานยนต์
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มีจำนวนส่งออก 91,183 คัน (รวม CBU + CKD) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2565 ร้อยละ 6.19 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 3.59 โดยมีมูลค่า 6,176.52 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 32.31
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 129.40 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 48.30
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 208.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 7.23
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 6,513.99 ล้านบาท ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 31.93
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 177,047 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 5.49 โดยมีมูลค่า 12,739.42 ล้านบาท แต่ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 23.54
• ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 272.37 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 38.79
• อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 419.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 14.99
รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 13,431.35 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 23.12
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่น ๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 77,996.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 0.73
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 150,896.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 2.48

*ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนกุมภาพันธ์ 2565*
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 873 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 137.23 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 342 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 155.22
– รถยนต์นั่งจำนวน 341 คัน
– รถกระบะและรถแวนจำนวน 1 คัน
• รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 15 คัน ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
– รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน 14 คัน
– รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 1 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 509 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 117.52
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 509 คัน

เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 1,501 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 102.56 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 606 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 108.97
– รถยนต์นั่งจำนวน 602 คัน
– รถกระบะและรถแวนจำนวน 2 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คน จำนวน 2 คัน
• รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 34 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 25.93
– รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน 1 คัน
– รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน 33 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 854 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 101.42
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 509 คัน
– รถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน 1 คัน

*ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนกุมภาพันธ์ 2565*
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 5,363 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 35.81 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 5,336 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 43.52
– รถยนต์นั่งจำนวน 5,333 คัน
– รถกระบะและรถแวนจำนวน 0 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 2 คัน
– รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน 1 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 27 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 88.31
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 27 คัน

เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 9,718 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 16.09 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 9,671 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 24.40
– รถยนต์นั่งจำนวน 9,668 คัน
– รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน 2 คัน
– รถยนต์บริการธุรกิจ 1 คัน
• รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 47 คัน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 92.13
– รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 47 คัน

*ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนกุมภาพันธ์ 2565*
เดือนกุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 957 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 50.47 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 957 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 50.47
– รถยนต์นั่งจำนวน 957 คัน
เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 1,679 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วร้อยละ 52.64 โดยแบ่งเป็น
• รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 1,679 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ร้อยละ 52.64
– รถยนต์นั่งจำนวน 1,679 คัน

*ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565*
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 12,869 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 103.11 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 4,736 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 91.35
• รถยนต์นั่งมีจำนวน 4,598 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 95.24
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 33 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 65
• รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 105 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 5
รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 297 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 20.24
• รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 34 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 41.67
• รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 263 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 17.94
รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 7,591 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 117.32
• รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 7,517 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 116.07
• รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 74 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 428.57
อื่นๆ
• รถยนต์โดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 245 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 104.17

*ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565*
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 206,177 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 21.61 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
รถยนต์นั่งและรถกระบะมีทั้งสิ้น 197,531 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 22.12
• รถยนต์นั่งมีจำนวน 196,867 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 22.25
• รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
• รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 564 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 4.89
• รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 25 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 16.67
• รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 71 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 16.47
• รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 3 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 25
รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 8,644 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 11.01
• รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 8,644 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 11.01
อื่นๆ
• รถยนต์โดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
• รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

*ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565*
ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น 32,817 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 30.17 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้
รถยนต์มีทั้งสิ้น 32,817 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 30.17
• รถยนต์นั่งมีจำนวน 32,756 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 30.30
• รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 40 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 2.44
• รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 20 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 33.33
• รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 1 คัน ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

**—————————————————————-**

เผยแพร่โดย
ฝ่ายสื่อสารองค์กร ส.อ.ท.
โทร. 0-2345-1013