วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2565 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) และประธานสายงานส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรม ร่วมงานสัมมนา ZERO CARBON วิกฤตโอกาสไทยในเวทีโลก ในหัวข้อ “ZERO CARBON : วิกฤตโอกาสไทยได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Thailand’s Strategy : การค้าสู่ความยั่งยืนในเวทีโลก โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเสวนา หัวข้อ “ZERO CARBON : วิกฤตโอกาสไทยดังนี้ นางนาถฤดี โฆสิตาภัยรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ (บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม), นางฐิติมา รุ่งขวัญศิริโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (บมจ. สิงห์ เอสเตท), นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ รับผิดชอบสายบัญชีและการเงิน (บมจ. ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์), นายสมเจตนา ภาสกานนท์ ผู้อำนวยการด้านการพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร (เครือเจริญโภคภัณฑ์)

ประธาน ... ได้นำเสนอนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อพลิกวิกฤตในครั้งนี้ด้วยการขับเคลื่อน BCG (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ให้ก้าวเข้าสู่เวทีสากลและเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในระดับโลก เนื่องจากนโยบาย BCG ทำให้เกิดการลดใช้ทรัพยากร ลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงทำให้เกิดธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ได้จัดทำโครงการ SAI (Smart in the City) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และมีแผนขยายไปยัง  5 ภาค และแต่ละจังหวัด  เพื่อเป็นทางเลือกให้กับภาคการเกษตร และยังส่งผลดีต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ที่เป็นปัญหาระดับโลก และจัดตั้งหน่วยงาน สถาบันเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (สถาบันคาร์บอนเครดิต) เพื่อผลักดันภารกิจ Climate Change ภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมการสร้างตลาดกลางของชาติในการแลกเปลี่ยน ซื้อขาย กรีนคาร์บอน พลังงานสะอาดทำการรับรองมาตรฐานสากลทางด้านกรีนคาร์บอน โดยให้กระบวนการที่กระทำทั้งหมดเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ เพื่อเป็นการช่วยเหลืออุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้ง 45 กลุ่มฯ ของ ... จะต้องปรับตัว เตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถส่งออกได้

สำหรับผู้เข้าร่วมเสวนาอื่นๆทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เล็งเห็นถึงปัญหาภาวะโลกร้อนที่จะส่งกระทบทั่วโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงทำให้แต่ละภาคส่วน ควรหันกลับมามอง และให้ความสำคัญกับนโยบาย Net Zero หรือ Carbon neutral ให้มากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าประเทศไทยพึ่งพิงการส่งออกจากอุตสาหกรรมต่างๆ และอุตสาหกรรมเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างประเทศ อาทิเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเหล่านี้ได้รับผลกระทบแล้วโดยไม่ต้องรอนโยบายในระดับนานาประเทศบังคับใช้ ซึ่งเกิดจากบริษัทแม่ในต่างประเทศเริ่มให้ความสำคัญ และบังคับให้บริษัทที่อยู่ในฐานการผลิตต่างๆ รวมถึง Supply Chain ต้องลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับนโยบายภาครัฐ เช่น มาตรการทางการค้า Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ซึ่งเป็นมาตรการด้านคาร์บอนของ EU ที่มีแนวคิดในการปรับราคาของสินค้านำเข้าให้สะท้อนถึงปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงในกระบวนการผลิตสินค้า ซึ่งจากข้อมูลการศึกษาของ EU จะพบว่ามีอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของก๊าซเรือนกระจกสูง

#ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

#สายงานส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรม

#One FTI