กรุงเทพฯ 9 สิงหาคม 2565 – สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานแถลงข่าว “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยสินค้า Made in Thailand” โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงนโยบายเพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยผลักดันโครงการ Made in Thailand ส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทย เพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม (Strengthen Thai Industries for Stronger Thailand) พร้อมมุมมองจากผู้ร่วมแถลงข่าว “รวมพลังสร้างเศรษฐกิจไทย ใช้สินค้า Made in Thailand” นำโดย นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวคิดในการสนับสนุนและผลักดันรากฐานการใช้สินค้า Made in Thailand ให้มีความเข้มแข็ง นางสาวทักษพร รักอยู่ นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานพัสดุระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลาง กรมบัญชีกลาง ร่วมกล่าวแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมทั้งยังได้รับเกียรติจาก นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ร่วมสนับสนุนการใช้สินค้า Made in Thailand ด้วย Soft Power เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นสินค้าไทยและปลุกกระแสให้เกิดแรงจูงใจในการใช้สินค้าไทย ผ่านบทเพลง เมด อิน ไทยแลนด์ ณ ลาน ThaiBev (VDO Wall) ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า โครงการ Made in Thailand เป็นนโยบายที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยผลักดันมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเป้าหมายลำดับแรกเรามุ่งหวังเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าไทย โดยกลุ่มสินค้า Made in Thailand จะมีโอกาสเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้มากขึ้น ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนโครงการและมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างค่อนข้างสูงในแต่ละปี นอกจากนี้ สินค้าที่ผ่านการรับรอง MiT จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะสามารถขยายตลาดไปยังกลุ่มผู้ค้าส่งค้าปลีก (Trader) เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการค้าไปยังผู้บริโภค รวมถึงต่อยอดธุรกิจการค้าไปยังต่างประเทศที่นิยมสินค้าไทยได้มากขึ้น ทำให้ธุรกิจของคนไทยมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลกได้ดียิ่งขึ้น เพราะสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย MiT จะต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กำหนด ….จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เข้ามาซ้ำเติมปัญหาโควิด-19 ที่มีอยู่ ทำให้โลกกำลังเสี่ยงกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย การพึ่งพาตลาดนำเข้า-ส่งออกมากจนเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยได้ ….การส่งเสริมให้เพิ่มการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ เป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย สามารถสร้างรายได้ เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ เกิดการจ้างงาน และช่วยพยุงเศรษฐกิจ ทำให้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทย เพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม (Strengthen Thai Industries for Stronger Thailand)

นางสาวเพชรรัตน์ เอกแสงกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดงานในวันนี้ เพื่อเป็นการรวมพลังในการสนับสนุนการใช้สินค้าไทย อันเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้นำโครงการ Made in Thailand มาส่งเสริมผู้ประกอบการ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง และยิ่งไปกว่านั้นการเพิ่มความเชื่อมั่นในการแข่งขันทางการค้าให้กับสินค้าของผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองสินค้า MiT จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะยิ่งทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งตลาดภาครัฐ ตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น

นางสาวทักษพร รักอยู่ นิติกรชำนาญการพิเศษ รักษาการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบ-งานพัสดุ กองระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและราคากลาง กรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางมีแนวทางความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสนับสนุนผู้ประกอบการเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเร่งสร้างความเข้าใจระเบียบปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างให้กับหน่วยงานและผู้ประกอบการ อีกทั้งยังมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบ e-GP การจัดซื้อจัดจ้างให้รองรับข้อมูลสินค้า MiT และ Thai SME-GP รวมทั้งวางแผนการเชื่อมโยงข้อมูลระบบกับทาง ส.อ.ท.และ สสว. เพื่ออำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้ผู้ประกอบการ รวมถึงสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้

นายยืนยง โอภากุล (แอ๊ด คาราบาว) กล่าวว่า “เมด อิน ไทยแลนด์” ถูกกล่าวขานเพื่อย้ำเตือนคนไทยให้ปลูกฝังค่านิยม ใช้สินค้าแบรนด์ไทย บทเพลงหนึ่งในตำนานที่สะท้อนความเป็นไปของสังคมไทยตั้งแต่ ปี พ.ศ.2527 ถูกร้อยเรียงตามสภาพเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งยังคงเสน่ห์และมีมนต์ขลัง วันนี้ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจซึ่งเข้าใจบทบาทสภาพทางเศรษฐกิจ จะเน้นย้ำและปลุกกระแสคนไทยให้ช่วยกันสนับสนุนสินค้าไทย ผ่านบทเพลง “เมด อิน ไทยแลนด์”