วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2565 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2565 โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) และร่างนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2566-2567) แบ่งเป็นหมวดประเด็นความมั่นคง และหมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคง ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (VDO Conference)

ทั้งนี้ ที่ประชุม พิจารณาและเห็นชอบ (1) ร่าง แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2566-2580) (ฉบับปรับปรุง) ที่ได้มีการปรับเป้าหมาย ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย และแนวทางการพัฒนา ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงหน่วยงานเจ้าภาพที่รับผิดชอบ (2) โครงการเพื่อขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รวมทั้ง แนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินการในระยะถัดไป
(3) แนวทางการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและการดำเนินการภายหลังการสิ้นสุดของแผนปฏิรูปประเทศ โดยหน่วยงานของรัฐนำประเด็นการปฏิรูปประเทศไปดำเนินการต่อเนื่อง เร่งดำเนินการทบทวน ยกเลิก กฎระเบียบ ข้อบังคับ กลไก และคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และการรายงานผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศในระบบ eMENSCR
(4) แนวทางการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผลแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570) ประกอบด้วย คณะกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 จำนวน 5 คณะ มีอำนาจหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบายและแนวทางในการขับเคลื่อนฯ ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย รวมถึงอำนวยการ สั่งการ กำกับดูแล ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินงานตามนโยบายและแนวทางที่กำหนดไว้ และเชื่อมโยงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 กับแผนพัฒนาของรัฐในระดับพื้นที่ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาในระดับพื้นที่
(5) แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ เนื่องจากมีอายุครบวาระ 5 ปี ตามที่กำหนดไว้ในพรบ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 โดยได้มีมติแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายกานต์ ตระกูลฮุน นายชาติศิริ โสภณพนิช และนายบัณฑูร ล่ำซำ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฯ ต่อไปอีกหนึ่งวาระ และสรรหาบุคคลอื่นเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร เพื่อนำเสนอตามกระบวนการต่อไป ทั้งนี้ มอบหมายให้สำนักงานฯ นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอ โครงการ One Industry One Province พยายามกระจายความเจริญจากส่วนกลางออกไปยังทุกจังหวัด โดยใช้แนวทาง BCG เป็นแนวทางหลักในการดำเนินงาน เนื่องจากนโยบาย BCG เป็นวาระแห่งชาติ และประเทศไทยมีความหลากลายทางชีวภาพเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรได้หลายมิติ
ติดตามได้ที่ https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/58290