วันพุธที่ 14 กันยายน 2565 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มอบหมายให้ นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสายงาน FTI Academy พร้อมด้วย นายปิยะ พิริยะโภคานนท์ เลขานุการสายงาน FTI Academy เข้าร่วมงาน“คุณวุฒิวิชาชีพ คุณวุฒิของคนทำมาหากิน” ในฐานะขององค์กรเอกชนที่ได้รับเกียรติลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ “การเชื่อมโยงข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศไทย” ภายใต้ระบบ E-Workforce Ecosystem Platform จัดโดย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. โดยความร่วมมือของ 53 หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลกำลังแรงงานกลายเป็นแพลตฟอร์มฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกันเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ณ ห้องมัฆวานรังสรรค์ ชั้น 3 สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การพัฒนาทุนมนุษย์และยกระดับศักยภาพกำลังแรงงานของประเทศไทยในทุกมิติ เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบุคลากรและกำลังแรงงานของประเทศไทยในสาขาอาชีพต่างๆ ให้เป็นแรงงานคุณภาพ มีทักษะและความเชี่ยวชาญในระดับสูงได้การรับรองตามมาตรฐานอาชีพ และได้รับคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นคุณวุฒิใหม่ของประเทศไทยที่ให้การรับรองความรู้ ทักษะ และความสามารถ ของกำลังแรงงาน เพื่อให้พี่น้องกำลังแรงงานของประเทศไทยได้พัฒนาตัวเองในช่องทางต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขอย่างยั่งยืนและได้รับคุณวุฒิที่เทียบเท่าคุณวุฒิทางการศึกษาในระดับต่างๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่รัฐบาลจะดำเนินการรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเพื่อการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้ารัฐบาลมุ่งพัฒนาคนไทยให้มีทักษะสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและมุ่งพัฒนาคนในทุกมิติตามความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย รวมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันทางสังคมที่เหมาะสมกับประชาชนทุกกลุ่ม กำลังแรงงานของประเทศไทยมีอยู่มากกว่า 38 ล้านคน เป็นผู้มีงานทำ 37.7 ล้านคน ว่างงานอีก 748,268 คน และเป็นแรงงานนอกฤดูอีกราว 2 แสนคน ส่วนผู้ที่ไม่ใช่กำลังแรงงานซึ่งมีทั้งเด็ก คนชรา ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณมีอีกกว่า 18 ล้านคน เหล่านี้เป็นตัวเลขที่รัฐบาลได้หาแนวทางที่ทำให้กำลังคนเหล่านี้ได้มีโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพของตัวเอง

ทั้งนี้ภายใต้ความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จะช่วยทำให้กำลังแรงงานเข้มแข็งขึ้น การพัฒนาแพลตฟอร์มต่างๆ ให้ตอบโจทย์การยกระดับสมรรถนะกำลังคนวัยทำงานในอนาคตทั้ง Upskill – Reskill เพื่อทำให้กำลังแรงงานเหล่านั้นมีโอกาสในการเสริมสร้างทักษะและศักยภาพของตัวเองเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพแลเพื่อทำให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นแรงงานทักษะสูงเป็นที่ต้องการของตลาด ผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิทางการศึกษา ก็จะได้รับคุณวุฒิวิชาชีพที่พร้อมให้การรับรองความรู้ ความสามารถ และเมื่อสังคมเกิดการยอมรับคุณวุฒิวิชาชีพ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการจ้างงาน เพิ่มโอกาสในการปรับตำแหน่งหน้าที่ให้สูงขึ้นสามารถเจริญเติบโตก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งในต่างประเทศได้ให้การยอมรับในเรื่องความรู้ ทักษะ ความสามารถ ประสบการณ์ในการทำงานกันมานานแล้ว ประเทศไทยเองก็ต้องสร้างการยอมรับสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในประเทศอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว