เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตรถยนต์ 171,731 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 64.90ขาย 68,208 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ  61.7 ส่งออก 73,325 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.09 

วันที่ 22 กันยายน  2565 นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยจำนวนการผลิต ยอดขายภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2565 ดังต่อไปนี้

การผลิต
จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนสิงหาคม 2565 มีทั้งสิ้น 171,731 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 64.90 จากฐานต่ำของปีที่แล้ว เพราะการล็อคดาวน์กลางเดือนกรกฎาคมถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2565 ร้อยละ 20.13 เพราะมีการผลิตรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ขายในประเทศและผลิตรถกระบะและรถอเนกประสงค์ PPV (Pick-Up Passenger Vehicle) เพื่อขายในประเทศและส่งออกเพิ่มขึ้น

จำนวนรถยนต์ที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,184,800 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 10.53

รถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ 53,573 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 29.85

ยอดผลิตของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มีจำนวน 355,673 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 30.02 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 7.32

รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตันขึ้นไป ในเดือนสิงหาคม 2565 ผลิต 0 คัน เท่ากับเดือนสิงหาคม 2564 แต่ตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ 2 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 93.10

รถยนต์บรรทุก เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 118,158 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 87.89 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 829,125 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 20.49

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ทั้งหมด 114,128 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 90.64 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 801,847 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 67.68 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 20.28 โดยแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 206,142 คัน         เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 36
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 501,255 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 81
  • รถกระบะ PPV 94,450 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 63

 

รถบรรทุกขนาดต่ำกว่า 5 ตัน – มากกว่า 10 ตัน เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ 4,030 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 33.40 รวมเดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ 27,278 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 27.15

 

ผลิตเพื่อส่งออก

เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ 83,398 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 48.56 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 34.03 ส่วนเดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ 597,363 คัน เท่ากับร้อยละ 50.42 ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลงจากปี 2564 ระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 3.40

รถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตเพื่อการส่งออก 17,152  คัน ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ -13.36 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 113,681 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 31.96 ของยอดผลิตรถยนต์นั่ง ซึ่งลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 38.18

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 66,246 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 56.14 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตเพื่อส่งออกได้ทั้งสิ้น 483,682 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 60.32 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 11.32 โดยแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 57,594 คัน         เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 20
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 371,483 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 76
  • รถกระบะ PPV 54,605 คัน    เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 61

 

ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ

เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตได้ 88,333 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 51.44 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 110.71 และเดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ 587,437 คัน เท่ากับร้อยละ 49.58 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 29.53

รถยนต์นั่ง เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 36,421 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 69.70 ยอดผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศของรถยนต์นั่ง ตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ 241,992 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 68.04 ของยอดการผลิตรถยนต์นั่ง โดยเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 แล้ว เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.09

รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนสิงหาคม 2565 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 47,882 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 174.58 และตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ผลิตได้ทั้งสิ้น 318,165 คัน มีสัดส่วนร้อยละ 39.68 ของยอดการผลิตรถกระบะ เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 37.04 ซึ่งแบ่งเป็น

 

  • รถกระบะบรรทุก 148,548 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 99
  • รถกระบะดับเบิลแค็บ 129,772 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 92
  • รถกระบะ PPV 39,845 คัน            เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 53

 

รถจักรยานยนต์

เดือนสิงหาคม 2565 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 245,067 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 103.08 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 189,707 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 135.74 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 55,360 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 37.71

ยอดการผลิตรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,701,740 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 12.49 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,277,332 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 9.22 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 424,408 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 23.63

 

ยอดขาย

ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนสิงหาคม 2565 มีจำนวนทั้งสิ้น 68,208 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 61.7 จากฐานต่ำของปี่ที่แล้วจากการล็อคดาวน์กลางเดือนกรกฎาคมถึงสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2565 ร้อยละ 6.52 เพราะมีรถยนต์รุ่นใหม่และการได้รับชิ้นส่วนมากขึ้นในรถยนต์บางรุ่น รวมทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างประเทศเข้าประเทศสะดวกขึ้น และการส่งออกที่ยังเติบโต การจ้างงานเพิ่มขึ้น เกษตรกรและประชาชนมีรายได้ดีขึ้นและ เพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2565 ร้อยละ 6.52

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 171,835 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 64.56 และลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2565 ร้อยละ 28.41

ตั้งแต่เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 รถยนต์มียอดขาย 559,537 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกันร้อยละ 19.61 ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,212,275 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 10.98

การส่งออก

รถยนต์สำเร็จรูป

เดือนสิงหาคม 2565 ส่งออกได้ 73,325 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้ว ร้อยละ 11.75 แต่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 23.09 เพราะฐานต่ำของปีที่แล้ว จึงส่งออกได้เพิ่มขึ้นห้าตลาดภูมิภาค ลดลงที่ตลาดยุโรปและตลาดอเมริกาเหนือ มูลค่าการส่งออก 49,361.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 38.12 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ส่งออกมีมูลค่า ดังนี้

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 3,463.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 58
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 16,168.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 37
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 2,509.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 54

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนสิงหาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 71,502.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 26.04

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 606,055 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2564 ในระยะเวลาเดียวกัน ร้อยละ 0.40 และมีมูลค่าการส่งออก 368,002.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 5.18

  • เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 28,645.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 79
  • ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 136,545.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 52
  • อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 18,289.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 82

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 551,483.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 4.80

 

รถจักรยานยนต์

เดือนสิงหาคม 2565 มีจำนวนส่งออก 88,667 คัน (รวม CBU + CKD) โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 15.18 และเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม 2565 ร้อยละ 10 โดยมีมูลค่า 6,279.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 3.69

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 08 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 70.46
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 79 ล้านบาท ลดลงจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 3.08

 

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนสิงหาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 6,803.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 5.23

 

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 รถจักรยานยนต์ มีจำนวนส่งออก 669,543 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 2.82 โดยมีมูลค่า 45,830.85 ล้านบาท ลดลงจากปี 2564 ร้อยละ 15.30

 

  • ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,651.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 40
  • อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 1,660.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ57

 

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 49,142.71 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 13.96

 

เดือนสิงหาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 78,305.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 23.91

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 600,626.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ร้อยละ 2.96

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท BEV เดือนสิงหาคม 2565

เดือนสิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 2,304 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 391.26 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งมีทั้งสิ้น 1,185 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 64
    • รถยนต์นั่งจำนวน  1,184  คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจ        1  คัน
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 4 คัน ซึ่งเดือนสิงหาคม 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 16 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 220
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน    10 คัน
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน      6 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 1,047 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 86
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน   1,046 คัน
    • รถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน        1  คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 52 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 5,100

 

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (BEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 11,088 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 214.73 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 4,792 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 02
    • รถยนต์นั่งจำนวน             4,765 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน       22 คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจ        5  คัน
  • รถกระบะ รถแวนมีทั้งสิ้น 15 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 150
  • รถยนต์สามล้อรับจ้างมีทั้งสิ้น 152 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 300
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อจำนวน    133    คัน
  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลจำนวน     19     คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 6,010 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 42
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน 6,007  คัน
    • รถจักรยานยนต์สาธารณะจำนวน       3  คัน
  • รถโดยสารมีทั้งสิ้น 101 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 2,425
  • รถบรรทุกมีทั้งสิ้น 18 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 1,700

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท HEV เดือนสิงหาคม 2565

เดือนสิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 5,828 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 102.01 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 5,756 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 40
    • รถยนต์นั่งจำนวน           5,741 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน     14 คัน
    • รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน       1 คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 72 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ35
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน      72  คัน

 

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (HEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน 43,093 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 65.46 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 42,779 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม2564 ร้อยละ 76
    • รถยนต์นั่งจำนวน 42,716 คัน
    • รถยนต์โดยสารไม่เกิน 7 คนจำนวน      55  คัน
    • รถยนต์บริการธุรกิจจำนวน        2  คัน
    • รถยนต์บริการทัศนาจรจำนวน        5  คัน
    • รถยนต์บริการให้เช่าจำนวน        1  คัน
  • รถจักรยานยนต์มีทั้งสิ้น 314 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ51
    • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลจำนวน     314 คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าป้ายแดงประเภท PHEV เดือนสิงหาคม 2565

เดือนสิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่มีจำนวน 987 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 52.31 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 987 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2564 ร้อยละ 31
    • รถยนต์นั่งจำนวน 987     คัน

 

เดือนมกราคม – สิงหาคม 2565 มียานยนต์ประเภทไฟฟ้า (PHEV) จดทะเบียนใหม่สะสมมีจำนวน  7,709 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคมปีที่แล้วร้อยละ 61.55 โดยแบ่งเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 7,709 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – สิงหาคม 2564 ร้อยละ 55
    • รถยนต์นั่งจำนวน 7,708  คัน
    • รถยนต์บริการให้เช่าจำนวน       1   คัน

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565

ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 22,374คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 146.95 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 8,877 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 160.93

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 8,746 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 03
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 125 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 76
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 6 คัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 500

รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 56 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 143.48

รถยนต์ 3 ล้อมีจำนวนทั้งสิ้น 417 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 61.63

  • รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลมีจำนวน 53 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 29
  • รถยนต์รับจ้างสามล้อมีจำนวน 364 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 26

รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 12,667 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 141.28

  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 12,595 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 87
  • รถจักรยานยนต์สาธารณะมีจำนวน 72 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 86

อื่นๆ

  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 337 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 46
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 20 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 1,900

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565

ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท HEV มีจำนวนทั้งสิ้น 239,110 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 27.88 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถยนต์ประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 230,209 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 28.95

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 223,923 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 92
  • รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารฯ มีจำนวน 498 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 59
  • รถยนต์บริการธุรกิจ มีจำนวน 24 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 14.29
  • รถยนต์บริการทัศนาจร มีจำนวน 77 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 3.75
  • รถยนต์บริการให้เช่า มีจำนวน 3 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

รถกระบะและรถแวนมีจำนวน 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

รถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 8,898 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 5.35

  • รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมีจำนวน 8,898 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 35

อื่นๆ

  • รถโดยสารมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564
  • รถบรรทุกมีจำนวนทั้งสิ้น 1 คัน เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันปี 2564

ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565

ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2565 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท PHEV มีจำนวนทั้งสิ้น   38,819 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 34.48 โดยแบ่งประเภทได้ ดังนี้

รถยนต์นั่งและรถประเภทต่างๆ มีทั้งสิ้น 38,819 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 34.48

  • รถยนต์นั่งมีจำนวน 38,756 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 56
  • รถยนต์บริการธุรกิจมีจำนวน 40 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ44
  • รถยนต์บริการทัศนาจรมีจำนวน 21 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ร้อยละ 70
  • รถยนต์บริการให้เช่ามีจำนวน 2 คัน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันปี 2564 ยังไม่มีการจดทะเบียน