วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม 2569 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยหม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายวทัญญู ทิพยมณฑา ที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางสาวรอยพิมพ์ ถีระวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นางสุภมาส เลขาจารกุล และคณะผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อหารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมธรรมาภิบาล รวมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางเศรษฐกิจ ณ ห้อง Passion (802) ชั้น 8 ส.อ.ท.
นายทรงศัก ได้ชี้แจงว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินในการตรวจสอบการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐ การรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และการเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย
ขณะที่ ส.อ.ท. ในฐานะผู้แทนของภาคอุตสาหกรรม ได้สะท้อนมุมมองและข้อเสนอจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ และกระบวนการบริหารราชการที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ โดยนายเกรียงไกร ได้นำเสนอภาพรวมภารกิจและนโยบายการดำเนินงานขององค์กร พร้อมสะท้อนสถานการณ์และความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมไทย ทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ การแข่งขันจากสินค้านำเข้า ภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ เช่น สังคมผู้สูงอายุ ภาระหนี้ของภาคครัวเรือน และข้อจำกัดจากกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ
จากความท้าทายดังกล่าว ส.อ.ท. ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้นโยบาย “4GO” เพื่อยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ได้แก่
• GO Digital & AI การยกระดับภาคอุตสาหกรรมสู่ดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
• GO Innovation การส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม
• GO Global การขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนสู่ตลาดโลก
• GO Green การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน
ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย และผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนทางราชการที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดย ส.อ.ท. ได้เสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้มีความทันสมัย เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ ควบคู่กับการพัฒนาระบบรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และโครงสร้างพื้นฐานด้านการค้าดิจิทัล เช่น แพลตฟอร์ม PromptTrade เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอำนวยความสะดวกทางการค้า พร้อมทั้งเสนอแนวทาง “ปลดล็อก” อุปสรรคเชิงโครงสร้างจากกฎหมายและขั้นตอนทางราชการ ลดปัญหาการคอร์รัปชัน ผ่านการรวบรวมข้อเสนอจากภาคเอกชน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ กลไกของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สามารถมีบทบาทในการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ หรือแนวปฏิบัติที่ก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ และสนับสนุนการพัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
ที่ประชุมยังได้หารือถึงบทบาทของ ส.อ.ท. ในการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการต่อต้านการทุจริต ผ่านแนวคิด Zero Corruption รวมถึงการทำงานร่วมกับเครือข่ายภาคีต่าง ๆ และความร่วมมือภายใต้กรอบ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม
นอกจากนี้ ทั้งสองหน่วยงานยังได้หารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเชิงระบบที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อเสนอจากทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการทำงานที่มีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
การประชุมหารือในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยทั้งสองหน่วยงานเห็นพ้องในการสานต่อความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนากลไกการทำงานร่วมกัน แก้ไขปัญหาเชิงระบบ ลดอุปสรรคด้านกฎหมายและระเบียบราชการ และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
On Thursday, March 12, 2026, Mr. Kriangkrai Theeranukul, Chairman of the Federation of Thai Industries (FTI), and the FTI executive team welcomed the management team from the Office of the Ombudsman, led by Mr. Songsak Saicheua, Chairman of the Ombudsman, along with Mom Luang Pundharik Samitti, Advisor to the Ombudsman, Mr. Watanyu Thipyamontha, Advisor to the Ombudsman, Ms. Royphim Theeravong, Specialist at the Office of the Ombudsman, and Ms. Suphamas Leksajakool, and the executive team from the Office of the Ombudsman to discuss ways to integrate cooperation in promoting good governance, as well as strategies for solving problems, obstacles, and legal constraints related to economic operations at Meeting Room Passion (802), 8th Floor, FTI.
Mr. Songsak explained that this meeting aimed to promote participation and establish a collaborative network between state agencies and the private sector, particularly the role of the Ombudsman in overseeing the exercise of power by state agencies, addressing public grievances, and proposing policy solutions.
Meanwhile, FTI, as a representative of the industrial sector, conveyed its perspectives and recommendations from the business sector regarding laws, regulations, and administrative processes that impact business operations, with Mr. Kriangkrai presenting an overview of the organization's mission and operational policies, along with reflecting on the situation and challenges facing the Thai industrial sector, including fluctuations in the global economy, international trade measures, competition from imports, geopolitics, as well as structural issues facing the country such as an aging society, household debt burden, and limitations imposed by various laws and regulations.
In response to the aforementioned challenges, FTI has driven industrial development under the












